การแกะเพลงเป็นทักษะที่นักดนตรีหลายคนใฝ่ฝันจะพัฒนา เพื่อให้สามารถเล่นเพลงจากการฟังได้อย่างแม่นยำ แต่การฝึกฝนอย่างมีประสิทธิภาพเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ บทความนี้จะแนะนำ 10 ขั้นตอนสู่การเป็นมือโปรในการแกะเพลง พร้อมเทคนิคเสริมที่จะช่วยยกระดับทักษะของคุณ
10 ขั้นตอนสู่การแกะเพลงอย่างมืออาชีพ
1.ฝึกการฟังแบบแยกแยะ
การฟังเพลงอย่างละเอียดและสามารถแยกแยะเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญลองฝึกฟังเพื่อแยกเสียงเบส กีต้าร์ กลอง และเครื่องดนตรีอื่นๆ ออกจากกัน
2.ใช้ซอฟต์แวร์ช่วย
ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อช่วยในการแกะเพลง โปรแกรมและแอพพลิเคชันที่แนะนำ ได้แก่:
- Transcribe!: ช่วยในการแยกแทร็กของเพลง
- Chordify: วิเคราะห์คอร์ดจากเพลงบน YouTube
- Anytune: ช่วยลดความเร็วและปรับระดับเสียงของเพลง
- GarageBand: DAW ฟรีสำหรับผู้ใช้ Mac
3.ฟังซ้ำและช้าๆ
ฟังเพลงซ้ำหลายครั้ง และลดความเร็วลงเพื่อจับโน้ตหรือคอร์ดที่เล่นในเพลง ฝึกการฟังแบบละเอียดและจับความเปลี่ยนแปลงในแต่ละส่วนของเพลง
4.ฝึกเล่นตาม
หลังจากจับโน้ตหรือคอร์ดได้แล้ว ให้ลองเล่นตาม เริ่มจากการเล่นทีละส่วน เช่น คอร์ดหลักหรือริฟฟ์ที่สำคัญ แล้วค่อยๆ เพิ่มส่วนอื่นๆ ของเพลง
5.หาคอร์ดและสเกล
พยายามจับคอร์ดและสเกลที่ใช้ในเพลง ฟังว่าคอร์ดแต่ละตัวเป็น Major, Minor, Diminished หรืออื่นๆ และหาโน้ตหรือสเกลที่เล่นในเมโลดี้
ตัวอย่าง: ในเพลง “Let It Be” ของ The Beatles ใช้คอร์ด C, G, Am, F ซึ่งเป็นคอร์ดพื้นฐานในคีย์ C major
6.บันทึกและเปรียบเทียบ
บันทึกเสียงของตัวเองขณะเล่นตามเพลง แล้วเปรียบเทียบกับต้นฉบับ วิเคราะห์ความแตกต่างและปรับปรุงการเล่นให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากขึ้น
7.ศึกษาทฤษฎีดนตรี
ความรู้ในทฤษฎีดนตรีจะช่วยให้การแกะเพลงง่ายขึ้น ศึกษาเรื่องคอร์ดโพรเกรสชัน สเกล เมโลดี้ และจังหวะ
8.ฝึกความจำ
ฝึกจดจำรูปแบบของคอร์ดและโน้ตในเพลงต่างๆ ทักษะนี้จะช่วยให้การแกะเพลงในอนาคตเป็นไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น
9.เข้าร่วมวงดนตรีหรือกลุ่มดนตรี
การเล่นดนตรีร่วมกับผู้อื่นจะช่วยพัฒนาทักษะการแกะเพลงได้อย่างรวดเร็ว คุณจะได้รับคำแนะนำและมุมมองใหม่ๆ จากเพื่อนร่วมวง
10.ทบทวนและปรับปรุง
หลังจากแกะเพลงได้แล้ว ให้ทบทวนและปรับปรุงการเล่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความมั่นใจในการเล่น
เทคนิคเสริมเพื่อยกระดับทักษะการแกะเพลง
การฝึกฝนตามประเภทเครื่องดนตรี
- กีต้าร์: เน้นการฟังรูปแบบของคอร์ดและเทคนิคการเล่น เช่น การตีคอร์ด (strumming) หรือการดีด (fingerpicking)
- เปียโน: ให้ความสำคัญกับการฟังเสียงเบสในมือซ้ายและเมโลดีในมือขวา
- กลอง: เน้นการจับจังหวะและรูปแบบของริทึ่ม
การฝึกฝนอย่างมีประสิทธิภาพ
ใช้เทคนิค “Deliberate Practice” ตามแนวคิดของ K. Anders Ericsson โดยเน้นการฝึกฝนอย่างมีเป้าหมายและการวิเคราะห์ข้อผิดพลาดเพื่อปรับปรุง
การจดบันทึก
ใช้ระบบการจดโน้ตที่เหมาะกับเครื่องดนตรีของคุณ เช่น แทบบูเลเจอร์ (tablature) สำหรับกีต้าร์ หรือโน้ตดนตรีมาตรฐานสำหรับเครื่องดนตรีอื่นๆ
การใช้เทคโนโลยี
นอกจากซอฟต์แวร์ที่กล่าวไปแล้ว ยังสามารถใช้ YouTube tutorials และ online courses เพื่อเรียนรู้เทคนิคการแกะเพลงเพิ่มเติม
บทสรุป
การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและความอดทนเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาทักษะการแกะเพลง ตั้งเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว และอย่าลืมว่าการพัฒนาทักษะนี้ต้องใช้เวลา แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะคุ้มค่ากับความพยายามอย่างแน่นอน
แหล่งอ้างอิง
[1] Wyatt, K., & Schroeder, C. (2004). Ear Training for the Contemporary Musician. Hal Leonard Corporation.
[2] Ericsson, K. A., Krampe, R. T., & Tesch-Römer, C. (1993). The role of deliberate practice in the acquisition of expert performance. Psychological Review, 100(3), 363–406.
[3] Levitin, D. J. (2006). This Is Your Brain on Music: The Science of a Human Obsession. Dutton/Penguin Books.
[4] Berklee Online. (n.d.). Ear Training 1. Retrieved from https://online.berklee.edu/courses/ear-training-1
[5] Greene, T. (2012). Modern Chord Progressions: Jazz & Classical Voicings for Guitar. Alfred Music.
[6] Friedland, E. (2012). Bass Method: A Comprehensive Method. Hal Leonard Corporation.
[7] Peckham, A. (2010). The Contemporary Singer: Elements of Vocal Technique. Berklee Press.
[8] Sacks, O. (2007). Musicophilia: Tales of Music and the Brain. Knopf.
[9] Benward, B., & Saker, M. (2014). Music in Theory and Practice, Volume 1. McGraw-Hill Education.
[10] Transcribe! Software. (n.d.). Retrieved from https://www.seventhstring.com/
[11] Chordify. (n.d.). Retrieved from https://chordify.net/
[12] Anytune. (n.d.). Retrieved from https://anytune.us/
