Share

13 สิ่งที่คุณต้องมีในการสร้างโฮมสตูดิโอ สำหรับผู้เริ่มต้น

15/12/2021

 

คุณสามารถทำHomestudio ที่บ้านหรือในโรงรถของคุณเอง คุณอาจมีโฮมสตูดิโออยู่รวมกับห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือเซ็ท สำนักงานเป็นโฮมสตูดิโอ ทางเลือกของการออกแบบสตูดิโอบันทึกเสียงที่บ้านที่ดีที่สุดนั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และความต้องการของบุคคล
หากคุณเป็นมือใหม่ ควรพิจารณาสิ่งจำเป็นสำหรับโฮมสตูดิโอ 13 อย่างต่อไปนี้สำหรับผู้เริ่มต้น

1. คอมพิวเตอร์

อุปกรณ์ชิ้นแรกเลย และเป็นหัวใจหลักของHome Studio อย่างที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ Computer นั่นเอง เพราะมันคือมันสมองของการทำงานทั้งหมด

และคุณสามารถที่จะเลือกใช้ Laptop หรือ Desktop ทั้งMac และ Pc ได้ตามความสะดวกของกระเป๋าตังค์ของคุณเลย

แต่สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญนั้นคือ โปรเซสเซอร์ ซึ่งอย่างน้อย Ram ควรเริ่มต้นที่ 8 Gb เป็นอย่างต่ำ  

แต่ถ้าเอาใช้แล้วให้คุณรู้สึกไหลลื่น ก็จัด 16 Gb ไปโลด  และ Cpu ที่ผมจะแนะนำขอให้เริ่มต้นที่ Quad-core   Intel i7 เนื่องด้วยตอนนี้ราคาComputer ราคาถูกลงมามากๆแล้ว

 ส่วน Hard drives ก็ใช้ SSd ซัก1 ลูกเพื่อ รันระบบ Symtem ได้ลื่นๆ แล้วก็ใช้  Hard drives แบบ HHD เอาไว้เก็บข้อมูล ขั้นต่ำซัก 1-2  TB ตามแต่ความเดือดร้อนของแต่ละคน

 ล่าสุด Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ชิป M1,M1Proและ M1Max มาดูดเงินในกระเป๋า พวกเราแล้ว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามันดีมากๆ และราคาก็อยู่ในระดับที่จับต้องได้ถ้าเทียบกับคุณภาพแล้ว  

และในส่วนของComputer นี่เองที่น่าจะเป็นการลงทุนที่หนักสุดในส่วนของ Home Studio

2. DAW(โปรแกรมทำเพลง)

DAW นั้นย่อมาจาก Digital Audio Workstation ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่คุณจะใช้ในการบันทึกเสียง, แก้ไข(Edit), Mix Master รวมถึงการสร้าง MIDI และ การArrange,  หรือจะทำอะไรก็ได้ตามแต่จินตนาการของคุณ 

ทุกๆอย่างเราจะสร้างขึ้นใน DAW ดังนั้นคุณควรเลือกDawซักหนึ่งProgram และเรียนรู้ให้ดีไปเลยหรือถ้าขยันก็เรียนรุ้หลายDAW ไปก็ไม่มีใครว่า

ไม่ว่าคุณจะเลือกStudio One, Pro Tools, Logic Pro X (สำหรับ Mac เท่านั้น), Digital Performer, Fl Studio,Ableton, Cubase, Reaper, Garageband หรือ DAW อื่นๆ ขึ้นอยู่กับคุณ แต่ละรายการเป็นตัวเลือกที่ทำงานได้เหมือนๆกัน จะมีแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย  

สำหรับตอนนี้ ไม่ต้องกังวลกับปลั๊กอินราคาแพง DAW ทุกตัวมีชุดปลั๊กอินสต็อกของตัวเองที่จะช่วยให้คุณพร้อมใช้งาน แบบAll in One

3.Audio Interface

Audio interface เป็นส่วนประกอบฮาร์ดแวร์ ที่ไว้เชื่อมต่อไมโครโฟนหรือเครื่องมืออื่นๆ กับคอมพิวเตอร์ของคุณ พูดง่ายๆ คือ มี In/Out สำหรับเชื่อมต่อและส่งสัญญาณเสียงไปยัง DAW เพื่อบันทึก โดยทั่วไปผ่านPort USB/Thunder bolth/Type C

สำหรับการบันทึกเสียงที่บ้านส่วนมากใช้ 2 input ก็เพียงพอแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นยี่ห้อยอดฮิตอย่างPresonus Audiobox, Focusrite Scarlett 2i2, Audient id14  เป็นตัวเลือกยอดนิยม สำหรับHome Studio
แต่ถ้าอยาก Upgrade ขึ้นมาหน่อย SSL2+ หรือ UAD  ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

ในการที่คุณเลือกAudio interface ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับความต้องการ Input/Output และความชอบส่วนบุคคลของคุณนั่นเอง

ปล.สำหรับคำแนะนำควรไปลองด้วยตัวคุณเอง

4. Microphone 

ผู้เริ่มต้นควรพิจารณาลงทุนในไมโครโฟน ว่าไมโครโฟนประเภทไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณ ควรมีอย่างน้อยหนึ่งหรือสองตัว แล้วแต่งบประมาณของคุณเลย

ซึ่งก็จะมี ไมโครโฟนประเภท ที่Home Studio นิยมใช้กันทั่วไป

1.Condencer  โดยทั่วไปแล้ว ไมโครโฟน Condenser จะให้การตอบสนองความถี่ที่ชัดเจนเก็บรายละเอียดเสียงได้ดีมากๆ และด้วยการที่มันเก็บเสียงได้ดีมากๆนี่เอง จึงไม่เหมาะกับห้องที่ไม่เก็บเสียงหรือมีเสียงรบกวนจากภายนอกเยอะ เพราะมันจะเก็บทุกอย่างจริงๆ   รุ่นที่คนส่วนใหญ่เริ่มต้น ก็มี Rode Nt1
AKG,Audio Technica,Aston Microphone,Blue , สิ่งสำคัญคือ Microphone แต่ละตัวจะให้โทนเสียงที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแนะนำให้ใช้ Microphone ที่โทนมันเหมาะกับเสียงและงานที่คุณจะเอาไปใช้

2.Dynamic สำหรับใครที่ห้องไม่เอื้ออำนวยต่อการอัดเสียงอย่างเช่นคนที่อยู่ตามหอพัก มีเสียงจากภายนอกรบกวน เจ้านี่เหมาะอย่างมากในการใช้งาน ก็มีไมค์ยอดนิยมอย่าง เช่น Shure Sm 57 ที่ยอดเยี่ยม(และราคาไม่แพง!) : ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นปู่ จนมาถึงปัจจุบัน ใช้ได้กับทุกอย่าง  หากคุณเป็นมือกีต้าร์ คุณไม่ควรพลาดกับ SM57 ดังกล่าวในการอัดกับตู้ลำโพงโดยเฉพาะ แต่เอาจริงๆ มันก็อัดเสียงได้ทุกอย่าง อัดลองก็ได้ เสียงร้องก็ได้ สุดท้ายคือ คุณต้องลองใช้มันดู 

5. หูฟัง หรือลำโพง

หูฟัง หรือ ลำโพงคุณเลือกเอาตามงบประมาณได้เลย เริ่มต้นจะอยุ่แถวๆหลักพัน  ถ้าเบื้องต้นคุณยังไม่Mix แค่ทำเพลงกับ อัดเสียงอย่างเดียวก็ยังไม่ต้อง ใช้ลำโพง ใช้แค่หูฟังไปก่อน ยี่ห้อเริ่มต้นก็อย่าง Franken,Audio Technica,Bayer Dynarmic,Presonus 

ส่วนลำโพงสำหรับ Home Studio ในราคาไม่แพงก็อย่าง Presonus,Krk,Focal,Yamaha,Mackie อันนี้ ต้องลองฟังเสียงเลยว่า ถูกจริตกับยี่ห้อไหนเป็นพิเศษ  ที่สำคัญสุดคือ Budget 
 

6. MIDI Controller

Midi Controller  นั้นใช้ Control กับเสียงใน Program ทำเพลง  มันจะเป็นการดึงข้อมูล MIDI จากในDAW ของคุณพูดให้ฟังง่ายๆก็คือมันไม่มีเสียงในตัวเอง แต่มันจะเป็นการกดปุ่มจากตัว Keyboard เพื่อไปบังคับเสียงจากในProgram ทำเพลงนั่นเอง ซึ่งKeyboard Controller  นั้นก็แล้วแต่เราจะใช้งานเลย มีเริ่มต้นตั้งแต่ 25 key,44 key,61 key,81key   ซึ่งยี่ห้อที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่ ก็จะเป็น Arturia,Novation,Nexus  

และปัจจุบันก็มีออกมาในรูปแบบ launchpad หรือแม้กระทั่งกลองไฟฟ้า เพื่อไปControlเสียงกลองใน Program ทำเพลง  ซึ่งไอ้เจ้า Midi Controller นี่เองจะช่วยให้คุณสะดวกมากขึ้นในการทำงาน ทำให้คุณสามารถเล่นได้แบบReal Time เหมือนเวลาคุณเล่นดนตรีสดๆ สะดวกโคตรๆ เลยใช่มั้ยล่ะ

7. Third-Party Plugins (หรือ Plugin ที่เราซื้อเพิ่มเข้าไป )

อย่างที่กล่าวไปหัวข้อก่อนหน้านี้แล้วว่า แค่ใน DAW ก็จบงานทุกอย่างได้ในตัวมันเองแล้ว แต่ก็มี Plugin ที่มันมีเสียงที่มีคาแร็คเตอร์เฉพาะตัว ที่บางตัวก็จำลองมาจาก Hardware และเสียงก็ดีมากๆด้วย  เช่น Waves, Universal Audio, Native Instruments,Slate Digital,Plugin Alliance,Sound Toys,Softube Plugin เหล่านี้ช่วยงาน Home Studio เราได้อย่างมาก ด้วยที่มันทำออกมาดีมากๆ แต่ถ้าคุณยังไม่มีทุนทรัพย์ในการซื้อ Plugin อย่าลืมว่า แค่Plugin Stock ที่แถมมากับDAw ก็ทำงานได้อย่างเหลือเฟือแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

8. เก้าอี้ที่นั่งแล้วรู้สึกสบาย

ใช่คุณอ่านถูกต้องแล้ว! เป็นรายละเอียดที่มองข้ามได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากไม่เกี่ยวกับเสียง แต่เก้าอี้ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ที่นุ่มสบาย  เป็น สิ่งจำเป็นสำหรับHome Studio การใช้เวลาหลายชั่วโมงในการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ไม่เป็นผลดีกับสุขภาพหลังและคอของคุณแน่ๆ  ใครที่ทำงานนานๆจะรู้ดี และนี่เป็นข้อสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพล้วนๆ ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของคุณอย่างมาก

เพราะเมื่อคุณนั่งโดยไม่ปวดหลังหรือเมื่อยก็จะทำให้คุณสามารถที่จะนั่งทำเพลงได้เป็นเวลานานนั่นเอง เพื่อและหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

9. External Hard Drive

เมื่อคุณสะสมเพลง  ปลั๊กอิน และซอฟต์แวร์ที่บันทึกไว้มากขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่ฮาร์ดไดรฟ์ก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว การหาฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกหรือหลาย ๆ ฮาร์ดไดรฟ์ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการทำงานของคุณ คุณจะต้องสำรองข้อมูลงานของคุณไปยังไดรฟ์ภายนอกเป็นประจำ ถ้าจะให้ดี เก็บข้อมูลสำคัญไว้บน Cloud ด้วยเพื่อวามปลอดภัยขั้นสูงสุด

10. Acoustic Treatment

การจัดการAcoustic ของห้องเป็นเรื่องจำเป็นมาก ถ้าคุณจะ Mix Master ใน Home Studio ของคุณ เพราะนื่องด้วยห้องที่ไม่ได้ จัดการกับ Acoustic ห้องอาจจะเกิดเสียงก้อง สะท้อน และย่านความถี่ที่ผิดเพี้ยน และแน่นอน มันจะเกิดอาการ ห้องหลอกหู ก็จะทำให้เราทำงานออกมาผิดเพี้ยนไปหมด

ซึ่งปัจจะบันมีAcoustic Panel DIY มีราคาไม่แพงและง่ายต่อการทำ ที่SCG ก็มีขาย หรือจะหาช่างเฉพาะทางมาจัดการให้ก็จะช่วย ได้เยอะ  และอีก 1 ตัวช่วย ที่ช่วยจัดการ Calibrate ลำโพงให้แม่นยำ ที่สุดก็คือ Sonarworks Sound ID Reference ก็ช่วยคุณได้อย่างมาก ถ้าใครสนใจก็ติดต่อได้ที่ Line@arranger ได้

11. ขาตั้งไมค์ที่ทนทาน

ขาตั้งไมค์ที่ทนทานเป็นอุปกรณ์สตูดิโอโฮมที่จำเป็นอย่างไม่ต้องสงสัย สิ่งที่แย่ที่สุดในโลกคือการใช้ขาตั้งราคาถูกซึ่งแทบจะไม่สามารถรับน้ำหนักของไมโครโฟนได้ คุณได้ตำแหน่งไมโครโฟนอย่างสมบูรณ์ และ 10 วินาทีต่อมา ไมโครโฟนก็หย่อนลง ทำตัวเองให้เป็นประโยชน์และรับจุดยืนที่ดีและแข็งแกร่งในตอนเริ่มต้นเพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดหัวเหล่านั้นเมื่อถึงเวลาต้องบันทึก

 

12. Pop Filter

ตัวกรองเสียงลม เป็นอีกอุปกรณ์สตูดิโอในบ้านที่สำคัญมากๆ ทุกครั้งที่คุณบันทึกเสียง คุณจะต้องมีตัวกรองเสียงป๊อปเพื่อช่วยลดเสียงลม เสียงกระแทกเข้า ไมค์ ขึ้นอยู่กับไมโครโฟนที่คุณมี อาจมีตัวกรองในตัวหรืออาจมีตัวกรองรวมอยู่ในชุดอุปกรณ์ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ควรมีอุปกรณ์เสริมในมือ

13.Coffee กาแฟดำดีๆระหว่างนั่งทำงาน

อันนี้ทริคส่วนตัวและคิดว่าหลายๆคนน่าจะเป็นแบบผม เนื่องจากนั่งเป็นเวลานานเราจึงจำเป็นต้องหาตัวช่วย

เพื่อเพิ่มอรรถรสในการทำงาน เพื่อให้มีช่วงพักเบรก และจิบกาแฟดำไประหว่างทำงานจะช่วยให้คุณคลายเครียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  และกาแฟที่ผมสั่งมาดื่มประจำจากร้าน kiilberry https://www.facebook.com/Kiilberry

 

และหากคุณเริ่มที่อยากจะเรียนรู้เรื่องการทำเพลง แต่คุณไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง  เรามีหลักสูตรสำหรับผู้เริ่มต้น! เรียนรู้ทักษะที่คุณต้องการเพื่อสร้างเพลงที่ยอดเยี่ยมด้วยระบบออนไลน์ กว่า40 คอร์สเรียน ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับมือโปร คุณจะได้เรียนรู้ทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ ในการทำเพลง ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.mrarranger.com/