สวัสดีครับ เพื่อนๆ สายดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ทุกคน วันนี้ผมมีเคล็ดลับสุดพิเศษมาแชร์ให้ทุกคนได้ลองนำไปใช้ปั้นเบสให้ดังกระหึ่ม หนักหน่วง เหมือนเพลงฮิตระดับโลกกันครับ ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้ก็คือ Compression นั่นเอง! วิธีการบีบอัดเสียงให้มีพลังงานสูงอย่างมีประสิทธิภาพ แถมได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งแบบมืออาชีพเลยล่ะ
ผมได้รวบรวมเอาเทคนิคเด็ดๆ ที่โปรดิวเซอร์ระดับโลกนิยมใช้ในการทำ EDM หรือ Electronic Dance Music มาให้ทุกคนได้เรียนรู้กันครับ รับรองว่าหากนำไปปรับใช้ เบสในเพลงของคุณจะต้องมีความหนักแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน เอาล่ะ ไม่รอช้าเรามาดูกันเลยดีกว่าครับว่ามีเทคนิคอะไรบ้าง
1.ใช้ Compressor ที่เหมาะสม
- การเลือกใช้ Compressor ให้เหมาะกับสไตล์เพลงถือเป็นเรื่องสำคัญมากครับ ซึ่งสำหรับแนว EDM แล้ว มักจะนิยมใช้เครื่องสำหรับอัดเบสโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้เสียงเนื้อแน่น กระชับ และหนักแน่นสุดๆ
อุปกรณ์ยอดนิยมของมืออาชีพ เช่น
- API 2500 Bus Compressor ให้เสียงอวบอิ่ม นุ่มนวล แต่แน่นทุ้ม
- Empirical Labs Distressor เหมาะกับเบสทรานเซียนต์ มีพลังงานสูง
- UAD Pultec Pro ให้โทนย้อนยุค Vintage แบบอุ่นๆ หนาๆ
- Plugin Alliance Maag EQ4 มีจุดเด่นคือ EQ กับ Compressor อยู่ในตัว
เหล่าโปรดิวเซอร์ดังระดับโลกอย่าง Calvin Harris, David Guetta, Skrillex ก็มักจะใช้ Compressor พวกนี้เวลาทำเพลงในสไตล์ House, Electro, Dubstep เป็นต้น
2.ตั้งค่า Ratio ต่ำๆ
เทคนิคการบีบอัดเสียงเบสให้ได้ผลดี โดยไม่เพี้ยน คือการตั้ง Ratio ค่อนข้างต่ำ ประมาณ 2:1 ถึง 4:1 ครับ เพื่อให้ลดความดังของเสียงได้อย่างนุ่มนวล ฟังดูเป็นธรรมชาติ เสียงจะได้ไม่แบนหรืออัดแน่นจนเกินไป
ตัวอย่างเช่น ในเพลงฮิต “Titanium” ของ David Guetta กับ Sia ที่มีเบสหนักๆ ในท่อนดรอป Guetta ก็ใช้ Ratio ที่ 2.5:1 เพื่อรักษาความไดนามิกของเสียงเบสเอาไว้ ไม่ให้ถูกตัดจนขาดความมีชีวิตชีวา
3.ปรับ Attack ให้เข้ากับจังหวะ
ค่า Attack กำหนดความเร็วในการตอบสนองของ Compressor ดังนั้นควรจะปรับให้สอดคล้องกับจังหวะของเพลง และโน้ตเบสนั้นๆ ถ้าเป็นเพลงที่มีเบสเร็วๆ ก็ให้ตั้ง Attack ที่ 1-10 ms ถ้าเป็นเบสจังหวะช้าหน่อยอาจใช้ 30-50 ms ก็พอ
เคล็ดลับจาก Randy Slaugh โปรดิวเซอร์เจ้าของเพลงฮิตอย่าง “Intoxicated” ของ Martin Solveig คือพยายามจับคู่ Compressor ให้ตรงกับรูปแบบของเสียงเบส เช่นเบสสั้นเด้งใช้ Attack สั้น ส่วนเบสทรานเซียนต์ยาวใช้ Attack ช้าหน่อย ค่อยๆ ปรับจนรู้สึกว่าจังหวะมันลงล็อคพอดี
4.เพิ่มความแน่นด้วย Parallel Compression
อีกเทคนิคที่ช่วยเพิ่มความอิ่มให้กับเสียงเบส ก็คือการทำ Parallel Compression ซึ่งเป็นการแยกส่งสัญญาณเสียงเบสไปยัง Bus ต่างหาก แล้วใช้ Compressor บีบอัดซ้ำอีกที โดยอาจจะเซ็ตให้บีบแรงๆ เลยก็ได้ จากนั้นค่อยนำมาผสมกับเสียงเบสต้นฉบับ ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาแน่น มีพลัง และมีความ Punch มากขึ้นครับ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ เลยคือเพลง “Animals” ของ Martin Garrix ที่มีซาวด์เบสในท่อนดรอปชัดเจน กังวานมาก เพราะ Garrix ใช้เทคนิค Parallel Compression นี่แหละ โดยส่งสัญญาณแยกไปยัง Bus แล้วใช้ Compressor บีบเต็มที่ เสียงที่ได้ก็เลยออกมาอวบอิ่ม แน่นปึ๊ก น่าตื่นเต้นสุดๆ
5.ใช้ Multiband Compression เน้นย่านความถี่สำคัญ
สุดท้ายนี้ผมขอแนะนำให้ลองใช้ Multiband Compressor ดูครับ มันคือการแบ่งย่านความถี่ของเสียงออกเป็นแบนด์ย่อยๆ แล้วใช้ Compressor บีบอัดแต่ละแบนด์แยกกัน เน้นไปที่ย่านความถี่ที่สำคัญของเสียงเบส เช่น 80-200Hz สำหรับเบสทุ้ม กับ 500Hz-1kHz สำหรับเบสกลางๆ
Plugin ระดับ High-End สำหรับเทคนิคนี้ ได้แก่
- FabFilter Pro-MB ปรับละเอียดได้หลายแบนด์ และมี Sidechain ในตัว
- iZotope Ozone 9 โมดูล Dynamic EQ ครบเครื่องเรื่องมาสเตอร์ริง
- Waves C6 Multiband Compressor ใช้ง่าย มี Preset สำเร็จรูปเพียบ
เห็นได้จากเพลง EDM สุดปังอย่าง “Levels” โดย Avicii ที่มีเบสหนักแน่นตึ้บๆ ในดรอป ก็ผ่านการแต่งเติมด้วย Multiband Compressor โดยเจาะจงไปที่ความถี่ประมาณ 50-100Hz เป็นหลักนั่นเอง
เป็นยังไงบ้างครับ กับ 5 เทคนิคสุดเจ๋งในการใช้ Compression ปั้นเสียงเบสสไตล์มืออาชีพ ที่ผมเอามาฝากกัน เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้กันใช่ไหมล่ะว่า ทำไมเพลงฮิตระดับโลกถึงมีเบสเด็ดๆ หนักๆ แบบนั้น ลองนำเทคนิคพวกนี้ไปใช้ดูนะครับ รับรองว่าบีทของคุณจะมีมิติความหนักแน่นเพิ่มขึ้นแน่นอน
หากมีข้อสงสัย หรืออยากเสริมเทคนิคดีๆ อะไรเพิ่มเติม โพสต์คอมเมนต์มาได้เลยนะครับ แล้วอย่าลืมตามติดชมบทความดีๆ จากผมกันด้วย สัญญาว่าจะหามาฝากให้อ่านกันอย่างจุใจแน่นอนครับ สวัสดีครับ
อ้างอิง:
[1] https://www.attackmagazine.com/technique/beat-dissected/bass-compression-edm/
[2] https://www.musicradar.com/news/6-of-the-best-bass-compressor-pedals
[3] https://www.izotope.com/en/learn/7-tips-for-compression
