Web 3 / Crypto / NFT Web 3 เป็นคำที่เรามักได้ยินบ่อยๆ หากศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับระบบบล็อกเชนที่กำลังมาแรงในขณะนี้ทั้งที่ใช้ในระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง ( DeFI ) และ และระบบเกมส์แบบสร้างรายได้ ( Play to earn )ซึ่งจริงๆแล้วเว็บสามคือชื่อเรียกของระบบอินเตอร์เน็ตแบบใหม่ที่จะมาแทนที่ระบบแบบรวมอำนาจที่เราใช้กันซึ่งเรียกว่า web2 ในระบบ Web 2 นั้นเราต่างต้องมีตัวกลาง คนกลางเพื่อนบริหารข้อมูลของเราและจ่ายค่าบริการให้ ยกตัวอย่างเช่นแพลตฟอร์มสรีมมิ่ง ที่เราลงเพลง ก็จะเป็นผู้เลือกและสร้างข้อกำหนดต่างๆ ให้ผู้ใช้บริการ รวมถึงการเก็บค่าบริการ หลายๆคนอาจจะทราบดีว่า ในแต่ละปีศิลปินนั้นจ่ายส่วนแบ่งค่าบริการให้กับเพล็ตฟอร์มเหล่านี้มหาศาล มากตามรายๆได้ที่เขาได้รับ ยงไม่รวมถึงสิทธ์ในการบริหารข้อมูล ตัวผู้ใช้แองไม่สามารถมีอิสระในการจัดการข้อมูลของตัวเองได้ ทั้งหมดแต่เพล็ตฟอรมใมจะเป็นคนเลือก ส่วน web 3 นั้นถูกออกแบบและสร้างขึ้นบนเทคโนโลยีแบบไร้ศูนย์กลางทุกคนต่างเป็นเจ้าของข้อมูล และยืนยันความเป็นเจ้าของได้ ยกอย่างเช่น NFT โดยการมาถึงของ Dapp ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ทำงานบนบล๊อคเชนนั้นช่วยเติมเต็มให้ Web3 สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะไม่มีคนกลางและข้อตกลงหรือลิขสิทธิ์ต่างๆถูกบันทึกอยู่บนบล็อกเชน ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ยกตัวอย่างเช่น นาย A เรียกเก็บค่าดาวน์โหลดเพลงผ่าน Dapp ทุกครั้งที่มีการจ่ายรายได้ก็จะตรงเข้ากระเป๋าเงินดิจิตอลของนาย A อัตโนมัติ รวมถึงการระดมทุนสร้างผลงาน/บริการ โดยการขายโทเค็นสำหรับศิลปินอิสระ โดยการระบุสัญญาไว้บนบล็อกเชน เมื่อผลงานนั้นออกขายผู้ที่ร่วมลงทุนในโทนเค็นนั้นก็จะได้กำไรร่วมกับศิลปินด้วย หากโทเค็นนั้นมีมูลค่าสูงขึ้น รายจ่ายนั้นมีเพียงค่าการยืนยันทำธุรกรรมที่ต้องจ่ายให้กับเหล่านักขุดทั่วโลกที่ช่วยกันกระจายอำนาจของบล๊อคเชนเท่านั้น ข้อกำหนดอื่นๆนั้นทั้งศิลปิน และผู้ให้บริการสามารถออกแบบร่วมกันโดยการสร้าง Smart Contact ซึ่งเป็นสัญญาที่อยู่บนบล็อกเชนนั่นเอง นี่ยังรวมไปถึงการรับรายได้จากการนำเพลงไปใช้ซึ่งยืนยันได้ทันที่ว่าเพลงที่ถูกใช้นั้นได้รับอนุญาติจากเจ้าของหรือไม่ โดยการยืนยันความเป็นเจ้าของจากกระเป๋าเงินดิจิตอล หรือใช้ Acoustic Fingerprint เพื่อฝังรหัสนั้นไว้หากมีการนำเสียงเหล่านั้นไปเล่นซ้ำ หรือใช้วิธีอื่นๆเช่น Wavelet Transformation เพื่อนยืนยันความเป็นเจ้าของเสียงนั้นๆ หากไม่เข้าใจลองคิดว่ามันคือ Shazam ที่ตรวจจับลิขสิทธ์ได้แล้วกันครับ คนจับได้ก็รับรางวัลเป็นผลตอบแทน และนี่ยังรวมถึงการแบ่งปันข้อมูลร่วมกันของผู้ใช้บล็อกเชนที่ไม่สามารถโกหกได้ แตกต่างจากเดิมซึ่งคนกลางหรือผู้ให้บริการเลือกที่จะให้ข้อมูลแค่บางส่วนกับเราเพียงเท่านั้น และอาจเป็นข้อมูลที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวังผลทางการค้าก็เป็นได้ ส่วนสุดท้ายที่บล็อกเชนจะเข้ามาช่วยคือการมีส่วนร่วมและกำหนดทิศทางการให้บริการของผู้ผลิตดนตรี ด้วยการโหวตจากระบบบล๊อคเชนโดย กำหนดทิศทาง และได้รับผลผระโยชน์จากการถือโทเค็นซึ่งแตกต่างจากแบบเดิมซึ่งเป็นการสร้างสินค้าเร็จรูปมาและสร้างมูลค่าให้กับสินค้านั้นๆ แต่ในโลกไร้ศูนย์กลาง ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือแฟนเพลงต่างช่วงกันสร้างและกำหนดมูลค่าให้กับผลงานนั้นๆ ไม่ว่าคุณจะเล่นเพลงแบบใหน ชอบไม่ชอบบล๊อคเชน ถึงยังไงเทคโนโลยี Decentralize ที่กำลังก่อสร้างขึ้นจากความร่วมมือของคนทั่วโลก และได้พิสูจน์แล้วว่ามันทำไห้วงการศิลปะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ดั่งที่เกิดขึ้นกับ NFT ในปัจจุบัน ผมหวังว่าพวกเราคนดนตรีคงไม่นิ่งเฉยและเตรียมตัวให้พร้อมกับเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงในไม่ช้านี้
