
ถ้าเราต้องการอะไรที่แปลกใหม่ และคาดเดาได้ยาก ให้นึกถึงสิ่งหลักๆสองอย่างในการมิกส์นั่นคือ Level และ Pan ความดังและการวางตำแหน่งของเสียงนั้นๆ แสดงถึงคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนของมัน
ตอนนี้ผมกำลังทำโปรเจคหนึ่งที่มันมีความเป็น Lo-Fi/Hi-Fi มันคือ Mix ที่ไม่ได้มี Sound ที่ใสสะอาดมากนัก หรือมีความกว้างที่ชัดเจน แต่แนวนี้จะเน้นไปที่คาแร็คเตอร์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เป็นหลัก ซึ่งถ้าต้องการงานแบบนี้ เราสามารถทำได้หลายวิธีมาก ผมจะยกตัวอย่างเทคนิคที่จะช่วยให้คุณเข้าใจงานแบบนี้มากขึ้น
1. ให้คิดว่า Ambience ก็เป็นเครื่องดนตรีหนึ่ง
เมื่อพูดถึงการใช้ Reverb หรือ Delay ใน Mix Lo-Fi ผมรู้สึกว่ามันทำอะไรได้มากกว่าการให้พื้นที่เสียงๆหนึ่ง หรือทำให้เสียงนั้นดีขึ้น
กุญแจสำคัญของการสร้าง Reverbs และ Delays ที่ดีนั้นมาจากการหาแรงบันดาลใจ ผมชอบฟัง Psychedelic Rock จากยุค 60s/70s เพลง Electronica ยุค90s หรือแม้แต่ Anime ในยุค 80s เพื่อที่จะสร้างไอเดียการทำ Delay หรือ Reverb
ยังมีอีกหลายวงที่สามารถใช้ Reverb และ Delay ได้อย่างสร้างสรรค์ ยกตัวอย่างวงอย่าง The Flaming Lips หรือเพลงอย่าง Pumped Up Kicks ของ Foster The People ที่เสียงร้องหลักนั้นจมไปเลย
ผมชอบใช้ Eventide 7000 และ Soundtoys Echoboy (ผสมกับ Filterfreak หรือ Phasemistress)เพื่อ Ambience แบบ funky อีกตัวหนึ่งที่ราคาย่อมเยาคือ Yamaha Rev7
2. อย่ากังวลกับความ Muddy
สำหรับตัวผมนั้นปกติจะไม่ใช่คนที่ชอบการทำ Subtractive EQ แบบรุนแรงอยู่แล้ว คติประจำตัวก็คือ EQ ให้น้อยที่สุดและทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่ต้องยอมรับว่าการที่จะทำให้ Mix มี Sound ที่ใหญ่นั้น การทำ EQ Cuts ที่ดีนั้นเป็นสิ่งจำเป็น
แต่ถ้าคุณต้องการ Mix ที่มีอารมณ์ Lo-Fi นั้น การปล่อยให้องค์ประกอบต่างๆ Overlap กันเป็นสิ่งที่ไม่ผิดเลย โดยเฉพาะอย่าง Bass กับ Kick การปล่อยให้สองอย่างนี้กลมกลืนกันอาจไม่ได้ให้ซาวด์ที่ใหญ่ที่สุด แต่มันจะให้ Sound ที่ฟังดูเต็มกว่า
กุญแจสำคัญคือการหา “Groove” แทนที่จะฟังหาความชัดเจน และลองปรัปไปมาจนเจอ Sound ที่คุณตามหาหรือ sweet spot ซึ่งหลายครั้งผมก็ปล่อยให้ย่าน Low End เต็มมากกว่าแม้มันจะฟังดูขุ่นมัว
บางทีการให้ย่าน Low End แก่สิ่งที่ไม่ควรอยู่ในย่านนั้นอย่างเช่น Snare, กีต้าร์ Rhythm, เปียโน, ออร์แกน หรือแม้กระทั่งเสียงร้อง แทนที่จะให้แค่ Kick กับ Bass อาจจะทำให้เราได้อะไรที่เหนือความคาดหมายได้
3. เล่นกับ Distortion
ยอมรับมาเถอะว่า การเล่นกับ Distortion มันสนุก ผมเคยทำ Mix แนวพั้งค์ที่ลูกค้าบอกให้ Run ทั้ง Mix เข้าสู่ Stomp Box สุดท้ายแล้วผลที่ได้ออกมามันน่าทึ่ง คือถ้ามี Distortion มากกว่านี้อีกนิดก็จะฟังดูเละไปเลย แต่ในจุดที่พอดีนี้มันฟังดูยอดเยี่ยม
มี Distortion ให้เราเลือกใช้กันอย่างมากมาย ทั้ง Exciter, Amp Simulators หรือ Convolution ที่จะเปลี่ยนให้ Sound ทื่อๆของเรา เป็นอะไรที่สุดยอด AudioEase Speakerphone และ Soundtoys Decapitator คือ Plugins ที่ผมนึกถึงในประเภทนี้
4. การ Pan และความดัง
ถ้าเราต้องการอะไรที่แปลกใหม่ และคาดเดาได้ยาก ให้นึกถึงสิ่งหลักๆสองอย่างในการมิกส์นั่นคือ Level และ Pan ความดังและการวางตำแหน่งของเสียงนั้นๆ แสดงถึงคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนของมัน ดังนั้นการทำให้เสียงแปลกๆบางอย่างดัง หรือเบา และการ Pan ในแบบฉบับที่คุณไม่ค่อยได้เจอ จะมีผลต่อผู้ฟังมาก
กุญแจสำคัญคือให้นึกถึง Feel ของเพลงให้มาก Pan แบบแปลกๆได้แต่ต้องมีจุดหมาย ถ้าคุณ Pan สิ่งต่างๆไปอย่างไร้จุดหมาย ส่วนมากมันจะมีผลเสียมากกว่าผลดี
5. ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ
บางทีนั้น การที่จะทำให้บางอย่างฟังดู Lo-Fi ก็คือปล่อยมันไว้อย่างนั้น (Unprocessed)
ทุกวันนีผู้ฟังจะรู้สึกคุ้นเคยกับเสียงที่ถูกปรับแต่งและแก้ไขมาอย่างปราณีต การได้ฟังอะไรดิบๆนั้นเป็นสิ่งที่พบเจอได้ยาก การปล่อยบางสิ่งบางอย่างไว้โดยไม่ Process สามารถทำกับอะไรก็ได้ในมิกส์ ซึ่งมันจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อผสมกับเสียงอื่นๆที่ถูก ปรัปแต่งมาแล้ว
By : Matthew Weiss
ดูวิธีทำ : https://youtu.be/Xi7S3HGNDU0?list=PLe1lxu8fHox_bhVhJn65rlhRqjnlyf8es
ดูLinkต้นฉบับ : https://theproaudiofiles.com/5-lo-fi-mix-techniques/
Chanatip Boom
Mr arranger
•หากคุณประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องMixing คลิ๊กที่นี่ได้เลย??????
https://facebook.com/commerce/products/1163751163742506
* หากคุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับ Mastering โดยมีเชี่ยวชาญให้คำแนะนำ ????
https://facebook.com/commerce/products/1528185163919110
* แต่งเพลงยังให้ได้ 1,000,000 วิว ????
https://facebook.com/commerce/products/1319294784805340
————————–————-
✅ ติดตามข่าวสารได้ที่
✅ Line ID : @Mrarranger (มี@ข้างหน้า)
https://line.me/R/ti/p/%40mrarranger
รับผลิตเพลงทุกรูปแบบ
www.mrarranger.com
✅ 094-5653266,0914428924
096-1926592