ขั้นตอนการจัดการกับเสียงร้
มีขั้นตอนดังนี้
————————–
1.เลือกเทคร้องที่จะใช้
1.1 เลือกอารมณ์ของเทคที่ดีที่สุดก่อนในแต่ละท่อน จนครบทั้งเพลง
และตั้งเอาไว้เป็นเทคหลัก
1.2 ตัดเลือกละเอียดเป็นคำๆ สำหรับคำไหนที่
ฟิลลิ่งดีเหมาะกับเนื้อหาเพ
1.3 ตัดเลือกคำร้องที่ชัด ไปแทนที่คำที่ไม่ชัด
1.4 ลมหายใจก็ต้องเลือกนะครับ มันมีผลต่อฟิล
1.5 ตรงจุดนี้ยังไม่ต้องสนใจคำที่เพี้ยน ให้เน้นอารมณ์มาก่อนอันดับแ
แต่ถ้าเพี้ยนมากจริงๆ ก็จำเป็นต้องหาคำจากเทคอื่น
1.6 หลายครั้งเลยที่ เทคซ้อมคือเทคที่ดี และเป็นธรรมชาติที่สุด
2.ขยับสัดส่วน
2.1 ขยับสัดส่วนให้ตรงตามที่มัน
2.2 หากขยับตรงจังหวะมากๆ อาจจะทำให้ฟังดูกระชับขึ้น
แต่ก็จะทำให้ร้องฟังดูแข็งเ
2.3 การขยับเหลื่อมหน้าหรือเหลือมหลังเล็กน้อย มีผลต่อฟิลเพลงทันที
2.4 เสียงลมหายใจก็มีจังหวะนะ อย่าลืมขยับมันด้วย
2.5 พวกประโยคปฏิเสธ เช่นคำว่า “ไม่” หากขยับเหลื่อมไม่ตรงจังหวะ
(มาช้ากว่าความเป็นจริง) จะช่วยให้เกิดความรู้สึกถูก
3.Crossfade หรือการเชื่อมเข้าหากัน
3.1 หากมีการตัดต่อที่กลางคำ จะต้องเลื่อน Sine Wave ให้มีความต่อเนื่องกันอย่าง
3.2 เสียงของ Air Conditioner ที่รั่วเข้ามาก่อนเข้าเพลง หรือหลังจากจบเพลง อย่าเพิ่งตัดทิ้ง ให้เก็บเอาไว้ก่อนเพื่อเอาไ
3.3 หากจะทำการ Consolidate หลังจากที่ Crossfade เสร็จแล้ว ให้เก็บอันที่ยังไม่ Consolidate สำรองเอาไว้ด้วย
4.Noise Reduction หรือการตัดเสียงรบกวน (ถ้าหากจำเป็นต้องทำ)
4.1 จัดการเสียงรบกวนรอบข้าง เราต้องทำความสะอาดมันซะก่อ
โดยการใช้ X-Noise, Z-Noise หรือ
iZotope RX (อันนี้เนียนที่สุดแต่ก็แพง
4.2 เทคที่เลือกมาหากเป็นเทคที่
หรือมีการเปลี่ยนแปลง Gain input ในแต่ละเทค จะมีผลต่อการ Reduction ทันที ควรหลีกเลี่ยง
4.3 ขั้นตอนการตัด Noise จะต้องอยู่ในขั้นที่ 4 เท่านั้น จะอยู่ก่อนหรือหลังจากนี้ไม่ได้ เพราะมันจะทำให้การตัดเสียง
แต่ถ้าจะทำเป็นขั้นตอนแรกเล
5. Pitch Correction หรือการจูน (Tune) เสียงร้องใ
5.1 Tune เสียงร้องให้ตรง Pitch ด้วยโปรแกรมจูนเสียง เช่น Melodyne หรือ Autotune
5.2 เสียงลมหายใจ หรือเสียง Sibilant (หัวเสียงของ ส, ซ, ท, ค)
จะต้องไม่ถูกจูนไปด้วย ถ้าเสียงพวกนี้โดนจูน คนฟังจะจับได้ง่ายมาก
5.3 ไม่แนะนำให้เอาเสียงเทคหลัก
หากจำเป็นต้องทำ ให้เลือกเทคอื่นที่ไม่ได้ใช้ในเทคหลักไปจูนแทน
5.4 โน้ตที่ถูกจูนหลายๆ Semitone ให้ปรับ Formant ด้วย เพื่อช่วยให้ความเป็นธรรมชา
5.5 คำบางคำที่ต้องการความเศร้า
5.6 อัดที่ Sample rate สูงๆ สามารถ Pitch เยอะๆได้เนียนกว่า Sample rate ต่ำๆ
5.7 คำไหนที่เพี้ยนนิดหน่อยฟังดูไม่เพี้ยนซะทีเดียว แล้วฟังได้อารมณ์มากกว่าตอน
5.8 การ Edit ความดังเบาและสั้นยาวบนโปรแ
6. จัดการความดังเบา
6.1 หลังจากทำทุกขั้นตอนที่ผ่าน
ให้เนียนเหมือนร้องมาเทคเดี
ตรงจุดนี้อย่าใช้ตาดูเวฟ ให้ฟังเอาด้วยหูและความรู้สึก
6.2 ทำความดังเบาของเสียงลมหายใ
เบาลงมาเผื่อไว้นิดนึงสำหรั
6.3 การเบาเสียง Sibilant ที่ตัว Wave เลย จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าก
7. ตัดเสียงน้ำลาย แจ๊ะๆ
เราสามารถใช้ De-Click สำหรับตัดได้ แต่ก็ไม่ได้ 100% และมันทำให้คุณภาพของไฟล์เส
ลองทำดู ให้ครบทุกข้อนะครับ
ขอบคุณต้นฉบับจาก : AudiojiffyCrispySound
https://www.facebook.com/
M.R.G 5 FULL MIXING Course เจาะลึกจบหลักสูตรในคอร์สเดียว
M.R.G.10 Mastering ด้วยโปรแกรม IZotope Ozone7
โทร 094-5653266
096-1926592
#mrarranger #musicprodution#โปรแกรมLogic #โปรแกรมFLstudio #สอนออนไลน์ #คอร์สเรียนออนไลน์ #ทำเพลง #สร้างเพลง #โรงเรียนสอนทำเพลง#โปรแกรมAbletonLive #Logic #Cubase #รับผลิตเพลง #อัดร้อง #เพลงโฆษณา #รับทำเพลงทุกรูปแบบ #เรียนทำเพลง #อัดเสียง
#ห้องอัดเสียง #ห้องบันทึกเสียง#โปรแกรมCubase #อัดเพลงเอง #ทำเพลงเอง#รับทำเพลง #แต่งเพลง #โปรแกรมทำเพลง#เพลง #รับแต่งเพลง #ผลิตเพลง #รับทำเพลงโฆษณา #รับอัดเสียง #รับบันทึกเสียง


