เมื่อ3 วันก่อน ผมมีโอกาสได้นั่งคุยกับคุณอ๊อฟ ผู้จัดการวง Anatomy Rabbit และฟังผลงานหลายๆ วง Indie ที่น่าจับตามอง ซึ่งคุณอ้อฟเป้นคนพาทัวด์ให้ฟังวงต่างๆ ทำให้ผมได้ข้อสรุปน่าสนใจมากๆ เกี่ยวกับ AI Music vs Craft Music
🍌 จากปรากฏการณ์ AI ทำเพลง มาเจาะลึกทำไม Craft Music ถึงจะรุ่งกว่าเดิม
และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ AI จะยิ่งทำให้ Craft Music มีค่ามากขึ้น
- ทุกครั้งที่เทคโนโลยีใหม่เข้ามา คนมักจะกลัวว่าของเก่าจะตาย แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม ของเก่าจะมีค่ามากขึ้น
- เคสตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ กล้อง Film vs Digital แทนที่ฟิล์มจะตาย กลับมีราคาแพงขึ้น 10 เท่า
- AI ในวงการเพลงก็เช่นกัน มันจะแบ่งตลาดให้ชัดเจนขึ้น
- Ai Music คือเพลงที่ ใช้สำหรับธุรกิจ เช่น เอาไปประกอบสินค้า เอาไปสร้างช่องสร้างรายได้ ไม่เน้นเรื่องคุณภาพของเสียงหรือรายละเอียดของเนื้องาน หลักๆเลยของงานประเภทนี้ คือเน้น เร็ว และ ประหยัดต้นทุน และส่วนใหญ่ก็ฟังผ่านโทรศัพย์ ไม่เน้น รายละเอียดของเสียง
- Craft Music คือเพลงที่เกิดจากไอเดียมนุษย์ ซึ่งก็คือเพลง แบบที่เราทำกันอยู่นี่ล่ะ ซึ่งมันคือมาตรฐาน และเรากำหนดทิศทาง Style ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองได้ ซึ่งแน่นอน คนฟังยังไงก็อยากฟังเพลงที่มาจากฝีมือของมนุษย์ อยู่เหมือนเดิม หลักฐานที่ บ่งชี้ชัดเลย คุณอ้อฟ เล่าให้ฟังว่า วันที่ Anatomy Rabbit ปล่อยเพลงใหม่ วงก็เล่น Concert อยู่ ต่อหน้า ผู้ฟังจำนวนมาก วงเอง ทีมงานเองก็ลืมว่า เป็นวันปล่อยเพลงใหม่ จนเล่นเสร็จแล้ว เพิ่งจะจำกันได้ว่าเพลงปล่อย ในความรู้สีกผมคือ เออว่ะ กลายเป็นเท่ห์เข้าไปอีก เพราะยังไงแฟนเพลงก็รอฟัง แต่กลับกัน ถ้าเป็นเพลงจาก Ai ไม่น่าจะมีแฟนเพลงคนไหนที่รอฟังเพลง ที่สร้างจาก Suno ที่ใช้ เวลาไม่ถึง 1 นาที ได้ 2เพลง
- ยิ่ง AI ทำเพลงได้เร็ว ยิ่งทำให้คนเห็นคุณค่าของงาน Craft ที่ใช้เวลาในการทำ
- ผมเชื่อว่าตลาดจะแบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจน แบบ คนละกลุ่มเป้าหมายกันเลย
- AI Music จะถูกใช้ในทางธุรกิจ ซะเป็นส่วนใหญ่
- Craft Music ยังคงเป็นเพลง ที่แฟนเพลง ให้การสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นเหมือนเดิม และจะยิ่งมากขึ้นไปอีก หลังการมาของ การทำเพลงด้วย Ai
🍌 สรุป 5 เหตุผลที่ทำไม AI จะทำให้งาน Craft Music มีค่าขึ้นเรื่อยๆ
1. แบ่งตลาดชัดเจนสุดๆ
- AI = ตลาดแมส เน้นปริมาณ
- Craft = ตลาดเฉพาะกลุ่ม เน้นคุณภาพ
- ไม่ต้องแย่งลูกค้ากัน ต่างคนต่างรวย 555+ ผมในฐานะที่สอนทำเพลง ทั้ง 2 รูปแบบ ทั้ง Ai และ Craft ยิ่งเห็นชัดเจนเลยว่า กลุ่มคนที่เรียน Ai Music กับ กลุ่มคนที่ เรียนทำเพลง แบบ Craft Music คนละกลุ่มกันโดยสิ้นเชิง
ไหนๆก็ไหน แอบขายของหน่อย ถ้าคุณเน้นเร็ว และไม่มีความรู้เรื่องดนตรี มากนัก ที่ Mrarranger มีคอร์ส Ai Music สอนสร้างเพลงด้วย Ai รวมทั้งสร้าง Vdo สร้างช่อง สร้างผู้ติดตาม
หรือถ้าใครอยากจะไปสาย Craft แบบเดือดๆ ก็แนะนำ Music Producer Bootcamp ที่เรียนกันแบบ ลากยาว
ใครจบClass นี้ทำเป็นทุกอย่างแน่นอน ไม่ว่า เขียนเมโลดี้,แต่งเนื้อ ทำดนตรี ,Mix ,Master, แม้กระทั่งใช้ Ai สร้าง Music Vdo สร้างแผนธุรกิจ
ซึ่ง ผุ้สอน ก็หลากหลายคนมาสอน เช่น พี่เหนือวงศ์ ที่เขียนเพลงให้ Big Ass, Body Slam, Labanoon, พี่ติ้ก Playgroud ที่มาสอนแต่งเพลง Hit ร้อยล้านวิว พี่รงค์ มาสอน Mix Master หรือแม้กระทั่ง ใช้ Ai สร้าง Mv สร้างแผนธุรกิจ ที่ได้เจ้าพ่อ Ai อย่าง Box ขจีศักดิ์มาสอน เรียกได้ว่าจบไป สร้างค่ายเพลงด้วยตัวคนเดียวได้เลย
เรียกได้ว่าเรียนกันแบบดุเดือดเลือดพล่านกันเลยทีเดียว
ใครสนใจทั้ง 2คอร์สนี้ เข้าไปดูรายละเอียดที่ https://academy.mrarranger.com/home
2. ความแตกต่างเห็นชัดขึ้น
- AI = ทำไว แต่ขาดหัวใจ
- Craft = ช้าหน่อย แต่มีสตอรี่
- ลูกค้าเลือกได้ชัดว่าอยากได้แบบไหน
3. ตั้งราคาได้สูงขึ้น
- เหมือนกาแฟสด vs กาแฟปุ่ม
- คนพร้อมจ่ายแพงขึ้นเพื่อของดี
- ราคาสะท้อนคุณค่างานแฮนด์เมด
4. ชุมชนแข็งแกร่งขึ้น
- คนรักงานคราฟหากันเจอง่ายขึ้น
- รวมตัวกันง่ายผ่าน Social
- ช่วยกันสนับสนุนงานคุณภาพ
5. คุณภาพต้องพัฒนา
- ต้องทำให้เหนือกว่า AI
- หาจุดต่างให้เจอ
- สร้างเรื่องราวให้น่าสนใจ
✨ แล้วคนทำเพลงแบบ Craft ต้องทำยังไง?
1. รู้คุณค่าตัวเอง
- ประเมินราคางานให้เหมาะสม
- อย่าขายถูกเกินไป
- มั่นใจในคุณภาพที่ส่งมอบ
2. เล่าเรื่องราวให้น่าสนใจ
- แชร์เบื้องหลังการทำงาน
- สร้างความผูกพันกับแฟนเพลง
- ทำให้คนเข้าใจว่าทำไมต้องจ่ายแพง
3. สร้างชุมชนของตัวเอง
- รวมคนที่ชอบงานแบบเดียวกัน
- แชร์ความรู้กัน
- เติบโตไปด้วยกัน
ยิ่ง AI เก่งขึ้น งานฝีมือยิ่งมีค่า เหมือนที่ยิ่งมีกาแฟ 3in1 เยอะ ร้านกาแฟดริปยิ่งดัง นั่นแหละ!
ปล. ใครเห็นด้วยหรือมีมุมมองเพิ่มเติม มาแชร์กันได้ในคอมเมนต์นะครับ ❤️
