Share

Dream Pop 101 : 9 ศิลปิน Dream Pop ที่ควรรู้จัก

11/06/2024

กระแสดนตรีดรีมป็อป ซึ่งเป็นแนวหนึ่งของ Alternative Rock ผสมผสานระหว่างจังหวะเพลงป็อปที่มีกีตาร์เป็นตัวนำ กับบรรยากาศเพลงแนว Aynth Pop และการดีไซน์ดนตรีสไตล์ไซเคเดลิก

ดรีมป็อปคืออะไร

ดรีมป็อปเป็นหนึ่งในสไตล์ของอินดี้ร็อก และ Alternative Rock ที่รวมเอาองค์ประกอบจากโพสต์พังก์, ป๊อปซินธ์, อินดี้ป็อป, นอยซ์พ็อป และไซเคเดเลีย Genre นี้ผ่านการพัฒนามาหลายระลอก โดยเริ่มต้นจากวงดรีมป็อปในยุค 80s อย่างวง My Bloody Valentine, Cocteau Twins, Galaxie 500 และ A.R. Kane ก่อนที่จะประสบความสำเร็จอีกครั้งในยุคหลังกับ duo Beach House จากบอลติมอร์ และวงสมาชิกสี่คนอย่าง DIIV จากบรุคลิน นิวยอร์ก

3 ลักษณะเด่นของดรีมป็อป

เสียงดรีมป็อปนั้นสร้างขึ้นจากลักษณะหลักๆ 3 ประการ ดังนี้

1 เน้นบรรยากาศ: อัลบั้มดรีมป็อปคลาสสิกอย่าง Loveless ของ My Bloody Valentine และ On Fire ของ

Galaxie 500 จะให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศด้วย Effect จากสัญญาณรีเวิร์บ มากกว่าการเล่นรีฟของกีตาร์

2 ผสมผสานซินธ์และกีตาร์: เช่นเดียวกับซับเจนร์ร็อกอื่นๆ ดรีมป็อปมักใช้กีตาร์ เบส และกลองเป็นวงดนตรีหลัก แต่วงดรีมป็อปหลายวงก็ใช้ซินธ์และกลองไฟฟ้าประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็น Cocteau Twins หรือ A.R. Kane

3 เสียงนักไม่พุ่งเด่นและจมอยู่ใน Mix: ส่วนใหญ่แล้ววงดรีมป็อปจะมีนักร้องนำในทุกเพลง แต่เสียงนั้นมักเบาพร่า ไม่พุ่งเด่น และถูกกลบรวมอยู่ในดนตรี เนื้อเพลงมักเป็นนามธรรมและปรัชญามากกว่า Genre อื่นๆ

ความแตกต่างระหว่างดรีมป๊อปและชูเกซ

ดรีมป๊อปและชูเกซ ซึ่งเป็น sub-genre ของอินดี้และร็อกทางเลือกนั้น มีลักษณะหลักร่วมกันหลายประการ ทั้งคู่มีท่วงทำนองการร้องที่คล้ายคลึงกับเพลงป๊อปกระแสหลัก และเสริมแต่งด้วยทุนทรัพย์ทางดนตรีที่สร้างบรรยากาศ ผ่านการใช้เอฟเฟ็กต์รีเวิร์บ ดีเลย์ และ flanger จึงทำให้คนบางกลุ่มใช้คำว่า “ดรีมป๊อป” และ “ชูเกซ” สลับกันไปมา

เมื่อจำเป็นต้องแยกความแตกต่างของทั้งสองแนวก็มักพิจารณาจากเสียงดนตรีเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้ว ชูเกซจะสร้างเสียงจากการเล่นกีต้าร์

ดิสทอร์ชั่น วงชูเกซยอดนิยมอย่าง Slowdive, Chapterhouse และ DIIV มักเลียนแบบเสียงของวง My Bloody Valentine ซึ่งมือกีตาร์ต์ คีวิน ชิลด์ส นั้นใช้กีต้าร์เฟนเดอร์แจสแมสเตอร์ตีดิสทอร์ชั่นเรียงซ้อนกัน พร้อมเทคนิควิบราโต้

ในขณะที่อัลบั้มดรีมป๊อปมักสร้างจากเสียงคลีนของกีต้าร์หรือซินธ์เป็นหลักหลัก ไม่ว่าจะเป็น Bloom ของ บีช เฮาส์ อัลบั้มเปิดตัวของ อาโซบิ เซ็กซ์ หรือง่ายๆ เหมือนเพลงประกอบซีรีส์ ทวิน พีกส์ ของแองเจลโล บาดาลาเมนติ

9 ศิลปินดรีมป็อปที่น่าสนใจ

ในวงการดรีมป็อปนั้นมีศิลปินมากมายที่โดดเด่นและน่าจับตามอง ได้แก่

1.วง The Cocteau Twins: หนึ่งในวงดรีมป็อปรุ่นบุกเบิกที่ก่อตั้งขึ้นในสกอตแลนด์เมื่อปี 1979 อัลบั้มของวงอย่าง Head Over Heels (1983) และ Heaven or Las Vegas (1990) ผสมผสานกีตาร์ของรอบบิน กัธรี และดรัมแมชชีน เข้ากับเนื้อร้องที่ล่องลอยของนักร้องหญิง เอลิซาเบธ เฟรเซอร์

2.วง A.R. Kane: วงที่มีชื่อเสียงในวงการดรีมป็อปจากอัลบั้มเปิดตัว 69 เป็นผู้นำเอา texture ของความเป็น electronic จาก dub-music มาผนวกเข้ากับศัพท์ดนตรีดรีมป็อป โดยผู้ก่อตั้งวงอย่าง
อเล็กซ์ อายูลิได้รับการยกย่องว่าเป็นคนแรกที่ใช้คำว่า “ดรีมป็อป” ในการสัมภาษณ์ที่บันทึกเสียงไว้

3.วง Galaxie 500: วงจากบอสตันที่ได้รับอิทธิพลอย่างชัดเจนจาก เวลเว็ท อันเดอร์กราวนด์ และ สเปซเมน ทรี จึงนำเสนอดนตรีดรีมป็อปในแนวมินิมอลลิสต์ ตั้งแต่ปี 1988 ถึง 1990 วงได้ออกอัลบั้มปีละแผ่น อย่าง Today, On Fire และ This Is Our Music ซึ่งได้กลายเป็นอัลบั้มดรีมป็อปคลาสสิกในเวลาต่อมา

4.วง My Bloody Valentine: ก่อตั้งที่ไอร์แลนด์โดยมือกีตาร์ เควิน ชิลด์ส ชาวอเมริกัน ถือเป็นจุดตัดระหว่างดรีมป็อปและชูเกซมิวสิก โดยอัลบั้มชุดที่สอง Loveless (1991) ได้ส่งอิทธิพลอย่างมากต่อนักดนตรีรุ่นถัดมาที่ต้องการเลียนแบบซาวด์ของเขา ที่มีชื่อเรียกกันว่า Shields’ loud

5.วง Mazzy Star: วงดรีมป็อปที่ประสบความสำเร็จบนรายการ MTV ช่วงปลายยุค 90s ด้วยเพลง “Fade Into You” ซึ่งเป็นการโชว์พลังเสียงร้องอันเบาบางดั่งเสียงกระซิบแต่แรงกระชากใจของนักร้องหญิง โฮป แซนโดวาล

6.วง This Mortal Coil: วงที่มีชื่อเสียงจากการคัฟเวอร์เพลง “ซอง ทู เดอะไซเรน” ของ ทิม บักค์ลีย์ ในแนวกอธ วงนี้เคยเป็นซูเปอร์กรุ๊ปดรีมป๊อปมาก่อน ประกอบด้วยสมาชิกจาก คอคทู ทวินส์, เดด แคน แดนซ์ และพิกซีส์

7.วง The Pains of Being Pure at Heart: วงคอมโบ้จากนิวยอร์กที่นับได้ว่าเป็นหนึ่งในวงดรีมป๊อปชั้นนำของยุค 2010s สานต่อจากจุดที่ วงมายบลัดดี้วาเลนไทน์และ Galaxie 500 วางไว้

8.วง Beach House: จากเมืองบอลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ วงบีช เฮาส์ มักสร้างบรรยากาศผ่านเสียงอันบริสุทธิ์และหรูหราแทนการใช้ lo-fi ลอยๆ หรือกีตาร์ไฟฟ้าที่เสียงทับถมกัน อัลบั้มอย่าง Teen Dream (2010) แสดงให้เห็นว่าผู้ก่อตั้งวงอย่างวิกตอเรีย Victoria Legrand และ Alex Scally สามารถสร้างบรรยากาศหนานุ่มด้วยการเรียงซ้อนของซินธ์และกีตาร์เสียงที่ Clean

9.วง Wild Nothing: เหมือนกับรูปแบบดนตรีอื่นๆ ในช่วงทศวรรษ 2010s วงการดรีมป็อปก็หันไปเน้นการใช้ซินธ์มากกว่ากีตาร์ แต่กลับมีวง Wild Nothing ซึ่งเป็นชื่อวงของนักแต่งเพลง Jack Tatum ที่บันทึกอัลบั้มเดบิวต์ Gemini ที่ให้ความสำคัญกับกีตาร์ ในขณะที่ยังเป็นนักศึกษาจากวาจิเนียเทค